ชาวออสเตรเลียคนหนึ่งได้สอนฉันว่า... "ที่ที่เราผ่านมา คือปลายทางล้ำค่าใครบางคน"

 ชาวออสเตรเลียคนหนึ่งได้สอนฉันว่า...

"ที่ที่เราผ่านมา คือปลายทางล้ำค่าใครบางคน"
เดือนกันยายนปี 2018 ฉันไปเที่ยวที่ประเทศเพื่อนบ้านแห่งหนึ่ง

ฉันเดินทางไป 3 วัน 2 คืน


ในวันแรก ฉันใช้เวลาเดินทางจากไทยเพียงไม่ถึง 1ชั่วโมงก็ถึงสนามบินแล้ว เมื่อไปถึงทางโรงแรมก็ส่งรถมารับทันทีทำให้มีเวลาไปเดินหาอะไรมื้อสายทานที่ในตลาด เนื่องจากว่า ที่แห่งนี้การคมนาคมไม่ค่อยสะดวกนัก เมื่อทานข้าวเสร็จฉันจึงเลือกที่จะ Walk-in ไปซื้อ One-day trip ที่มีทั้งไกด์และรถขนส่งให้บริการกับทางบริษัททัวร์ที่ในตลาดนั้น

ประมวลผลอยู่สักครู่ก็พบว่า ฉันสามารถซื้อทัวร์ช่วงบ่ายของวันนั้นได้เลย จึงตัดสินใจเลือกใช้บริการทันที และในทริปนั้นฉันก็ได้เจอกับผู้หญิงต่างชาติคนหนึ่ง ในแว้บแรก...ฉันรู้สึกอะไรบางอย่างกับเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าเหตุผลนั้นมันคืออะไร

1วันผ่านไป

ก่อนที่ไก่จะขัน (อื้ม... ฉันคิดว่าที่ประเทศนั้นน่าจะมีไก่ขันเหมือนบ้านเรานะ) รถจากบริษัททัวร์ก็มารับที่โรงแรมเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สถานท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งซึ่งความโด่งดังติดอันดับโลก (แต่ฉันก็แปลกใจนะ เพราะตลอดการท่องเที่ยว 3วันของฉันแทบไม่เจอคนไทยเลย)
แล้วจุดนั้นก็ทำให้ฉันตกใจ!
ไม่ค่ะ... สิ่งเร้าให้ฉันเกิดความรู้สึกอย่างนั้นไม่ใช่ความมหัศจรรย์อันเลื่องชื่อของที่ที่ฉันเลือกไป แต่คือผู้หญิงคนนั้น!

ฉันเจอเธออีกครั้ง ฉันจำเธอได้... และใช่! มันอาจจะดูแปลกไปหน่อยที่จะบอกว่า 'โดยปกติแล้วฉันเป็นคนที่มีความทรงจำเรื่องคนแย่มาก' แต่ที่ผ่านมาฉันเคยมีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่า 'ฉันเป็นคนที่มีสังหรณ์หรือสัญชาตญาณอะไรบางอย่าง' มาหลายครั้งแล้ว (หากมีโอกาสฉันจะกลับมาเล่าในส่วนนี้)

ฉันจำเธอได้

ตามกำหนดการของโปรแกรมทัวร์ของวันที่สอง

การนำเที่ยวจะสิ้นสุดภายในเวลาเที่ยงวัน แต่ระหว่างที่เราท่องเที่ยวในสถานที่สุดท้ายกันอยู่นั้น ผู้หญิงที่ฉันกล่าวถึงซึ่งฉันได้รู้ในเวลาต่อมาว่า 'เธอเป็นคนออสเตรเลีย' และนักท่องเที่ยวจากอีกประเทศหนึ่งซึ่งมาเที่ยวคนเดียวเหมือนกันก็มาชวนฉันไปเที่ยวต่อด้วยกันในอีกสถานที่ซึ่งอยู่นอกโปรแกรมทัวร์โดยการจ้างไกด์ที่ให้บริการเราในตอนนั้น

ฉันตกลง แล้วสิ่งที่เธอคนนั้นสอนฉันก็ได้เกิดขึ้น
การท่องเที่ยวรอบพิเศษในช่วงบ่ายวันนั้นเกิดขึ้นจนถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ขณะที่เราสามบวกหนึ่งคนกำลังเดินทางกลับจนถึงสถานที่หนึ่ง ฉันไม่แน่ใจว่าใครในเพื่อนร่วมทริปสองคนที่เป็นผู้ขอให้ไกด์หยุดให้เราได้ชมสถานที่ที่เป็นทางผ่านแห่งนั้น

ทันทีที่น้องไกด์หยุดรถให้พวกเรา

เพื่อนร่วมทริปทั้งสองคนหยิบมือถือขึ้นมาบันทึกภาพบรรยากาศที่ตรงนั้นโดยทันที ฉันยังคงนั่งอยู่บนรถ (รถในแบบที่บ้านเราเรียกว่า 'รถสามล้อ') โดยไม่ลงไปชมบรรยากาศเหมือนทั้งสองคน

และแล้วคนออสเตรเลียที่ฉันเจอตั้งแต่วันแรกก็หันกลับมาถามว่า 'ยูไม่ลงมาดูเหรอ' ไม่ล่ะ - ฉันตอบ 'ยูไม่สบายรึเปล่า?' เธอถามฉันอีกครั้งฉันจึงตอบเธอไปว่า "ที่ที่อยู่เบื้องหน้าของคุณ คือสิ่งที่ฉันเห็นมาจนชินตา...ที่บ้านของฉัน"

ภาพนั้นคือภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ทุ่งนาที่มีต้นข้าวสีเขียวขจีอยู่ในนั้นกว้างสุดลูกหูลูกตาตัดกับวงกลมสีแดงส้มของพระอาทิตย์

ปู่ย่าตายายฉันเป็นชาวนา บ้าน(ที่ฉันโตมา)อยู่ในนา หน้าบ้านหลังนั้นคือนา ตอนเด็ก ๆ นาที่สถานที่วิ่งเล่นของฉัน ฉันหกล้ม จมโคลน และเติบโตมาจากการกินข้าวที่ปลูกบนแผ่นดินนั้น

ที่ที่เราผ่านมา คือปลายทางที่ล้ำค่าใครบางคน

- Yingaa -


จนถึงทุกวันนี้ฉันก็ยังคงจำเธอได้

ขอบคุณนะ 

 

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม