ทักษะการเรียนรู้ที่ดี แม้มีเวลาน้อยก็ได้ผลมาก

'เราเรียนรู้ตลอดชีวิต'

เมื่อก่อนคนที่เข้าถึงข้อมูลมากกว่าจะได้เปรียบ แต่ตอนนี้...คนที่เรียนรู้ไวน่าจะได้เปรียบกว่า

เมื่อข้อมูลมีมาก แต่ชีวิตเรามีเวลาจำกัด ทักษะในการเรียนที่จะสามารถนำไปประยุกต์ได้หลากหลายน่าจะมีประโยชน์ยิ่ง

ฉันได้คุยกับน้อง ๆ หลายคนที่รู้สึกว่า 'กำลังประสบปัญหาในการเรียนหรือเตรียมตัวสอบ' มันเป็นโอกาสดีที่ทำให้ฉันได้กลับมารวบรวมข้อมูล สรุปข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้ศึกษาเพิ่มเติม ทบทวนร่วมกับวิธีการที่เคยทำมาจนได้ข้อสรุปให้กับตัวเองว่า

 "📌เพราะการอ่านหนังสือที่ดีไม่ใช่การอ่านที่ใช้ความถึกเข้าสู้"

'วิธีการเรียนรู้ที่ช่วยให้เราใช้เวลาอ่านน้อยแต่จดจำได้นาน' มีวิธีการ 5 ข้อต่อไปนี้

.

.
1️⃣. หลายคนให้ความสำคัญกับ 'เวลาที่ใช้ในการอ่าน'
หลายคนมีความเชื่อที่ว่า ยิ่งใช้เวลาอ่านนานก็ยิ่งดี อันนี้สำหรับฉันมันไม่ค่อย Work ค่ะ

คือโดยส่วนตัว สมัยเรียนฉันไม่ชอบอ่านหนังสือเอามาก ๆ โดยเฉพาะตอนเรียนเภสัชฯเพราะเป็นคนที่มีอาการไมเกรนแบบคลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรงด้วยสิ่งกระตุ้นหลักคือแสง (และสมัยก่อนกระดาษถนอมสายตาก็ยังไม่แพร่หลายเหมือนสมัยนี้ด้วย) ก็เลยมีอาการกำเริบขึ้นมาอยู่บ่อย ๆ ฉันจึงดิ้นรนเอาตัวรอดมาหลายวิธี จนสุดท้ายก็ได้ค้นพบและลงตัวกับวิธีการอ่านหนังสือในอีกรูปแบบหนึ่งมาตั้งแต่สิบปีก่อนโน้นนนน และสิ่งนั้นก็คือ "Result orientation การโฟกัสที่ผลลัพธ์ในเชิงคุณภาพมากกว่าเวลาในเชิงปริมาณ"

🔹วิธีนี้นอกจากเป็นวิธีที่โดยส่วนตัวเคยทำมาแล้วได้ผลดี เท่าที่ไปศึกษาเพิ่มเติมมาฉันก็พบว่า 'มันเป็นวิธีที่มีหลายงานวิจัยสรุปไว้ว่า #เป็นการเรียนแบบเอาใจสมอง!'

🔹วิธีการของมันทำอย่างไร?
ก่อนอื่นทุกคนเคยสงสัยไหมว่า...
- ทำไมโดยพื้นฐานของคนเรา ถึงได้อยากรู้อยากเห็น
- ทำไมเราชอบซีรีส์/นิยาย/ละครสืบสวน
- ทำไมเรามีความอยากรู้เรื่องโน้นเรื่องนี้
- ...
ใช่ค่ะ... เพราะธรรมชาติของเรามันเป็นอย่างนี้ เราจะมีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำได้ดีในสิ่งที่เราอยากรู้ และในการเรียนก็เช่นกัน

👉อย่าเพิ่งเริ่มต้นการเรียนในแต่ละวันด้วยการหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแล้วใช้ความถึกเข้าสู้

👉ลองเริ่มต้นตั้งหลักหาประเด็นที่เราอยากรู้หรือควรรู้ก่อน ถ้าใครนึกไม่ออกว่า 'แล้วเราควรอยากรู้เรื่องอะไร?' ก็เป็นอย่างที่ฉันเคยทำคลิปแชร์ไปว่า... ลองไปหาข้อสอบเก่า ๆ มาดู ไปดูที่ข้อสอบก่อนเลยแล้วสืบหาว่า "ถ้าเราอยากทำข้อสอบข้อนี้ให้ถูกเพื่อจะได้ผ่านการสอบครั้งนี้ไปเป็น...หรือไปเรียนต่อ...ที่เราอยากได้/อยากมี/อยากเป็น เราต้องรู้เนื้อหาอะไร❓"

- พยายามตั้งคำถามให้ได้เยอะ ๆ ขุดความรู้เดิมที่มีมาตอบคำถามเหล่านั้น จากนั้นถึงค่อยไปดูเฉลย สรุปสิ่งที่อยากจะรู้ แล้วค่อยลงมืออ่าน
- ขณะที่อ่านอยู่นั้นถ้ารู้สึกว่า ความรู้มันดูสะเปะสะปะไม่เป็นกลุ่มก้อน หรือมีข้อมูลเยอะมากเกินไปจนไม่รู้จะเอาแก่นอะไรมายึด วิธีส่วนตัวที่ฉันใช้มาและแนะนำน้องที่สอนพิเศษให้มาโดยตลอดดก็คือ... ยึดสารบัญเป็นเค้าโครงหลัก
- เมื่ออ่านจบ สามารถหาคำตอบให้กับคำถามที่เคยตั้งไว้ได้แล้วก็กลับมาดูที่หน้าสารบัญแล้วหลับตา*ระลึกว่า "เรื่องราวในข้อนั้น ๆ มันเป็นยังไงบ้าง? มีความสัมพันธ์กันอย่างไร?" (*แนะนำให้หลับตาจริง ๆ เพราะจะได้พักสายตาไปในตัว)

👉อันนี้คือการอ่านแบบเน้นผลลัพธ์มากกว่าจำนวนเวลาที่ใช้นั่งอ่าน

แน่นอนว่า... ระยะเวลาที่ใช้อ่านด้วยเทคนิคนี้อาจไม่ได้น้อยกว่าวิธีอ่านแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญ แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือระยะเวลาที่ต้องใช้ทบทวน

เพราะว่า สำหรับฉันที่ใช้วิธีการนี้มา การอ่านแบบนี้ช่วยให้เราจำได้ดีกว่าแบบปกติ ฉันจึงแชร์ไปเมื่อครั้งก่อนโน้นนนว่า โดยส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือซ้ำ ๆ หลายรอบ ที่เห็นว่าใส่แว่นนี่น่าจะพันธุกรรมมากกว่า ฉันไม่ได้เป็นหนอนหนังสือเลยจริง ๆ 😅
.
.
2️⃣. วางแผนก่อนลงมืออ่าน
🔹ข้อนี้ก็คือการสืบเสาะหาสิ่งที่เราอยากรู้ในข้อที่ 1 นั่นเอง แต่สิ่งที่เราต้องทำเพิ่มเติมจากข้อที่ 1 คือการจดบันทึกรายการที่อยากจะรู้ลงในสมุด

และใช่ค่ะ... สิ่งที่เราจดลงสมุดในขั้นตอนนี้สามารถใช้เป็น Short note นำกลับมาอ่านทบทวนได้ด้วย (แต่โดยส่วนตัวฉันจะทบทวนด้วยการดูสารบัญแล้วจินตนาการเอามากกว่า อื้ม พูด ๆ ไปแล้วก็เหมือนเป็นสายมโนยังไงก็ไม่รู้เนอะ🤣)
.
.
3️⃣. กินดี ขยับดี สมองดี
ฉันพบว่า น้อง ๆ วัยเรียนหลายคนให้ความสำคัญกับเรื่องการกินกันน้อยจนแทบจะไม่ให้ความสำคัญกับการกินที่มีคุณภาพ❗

🔹หลายคนคิดว่า การกินทำให้เสียเวลา จึงนิยมกินของทอด ของมัน ฟาดฟู้ดส์ บะหมี่กึ่งฯ แบบเน้นการกินให้เร็วเข้าว่าอยู่เป็นประจำ ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ จนถึงปัจจุบันนี้...

👉หลายงานวิจัยมีผลสรุปตรงกันว่า อาหารมีผลต่อสมองโดยตรงเลย มันสำคัญมาก ๆ เพราะอย่าลืมนะคะว่า 'นอกจากร่างกายของเรานั้นต้องจัดการกับอาหารทุกอย่างที่กินเข้าไปแล้ว ร่างกายเราก็ล้วนสร้างขึ้น หล่อเลี้ยง และซ่อมแซมด้วยสิ่งที่เรากินไปทั้งนั้น' เรื่องการออกกำลังกายก็เช่นกัน

👉ถ้าหากว่าใครออกกำลังกายแบบปกติไม่ได้ อย่างน้อย ๆ ก็ลองตั้งเวลาลุกขึ้นมาขยับตัวเบา ๆ หรือเดินไปเข้าห้องน้ำทุกครึ่ง - หนึ่งชั่วโมงนะคะ อย่านั่งอยู่กับที่นาน ๆ

👉อ้อ...อีกอย่าง สมองของเราไม่ชอบอะไรที่มันไม่สนุกนะ อย่าพยายามใช้เวลาอ่านๆๆ อัดๆๆลงไปโดยไม่พักเลย อย่างน้อยทุก ๆ 25 - 55นาทีขอให้มีเวลาพัก*บ้าง

*พักแบบพักจริง ๆ เลยนะ
ไม่ใช่พักแบบยังท่องหนังสือ ดูคำศัพท์หรือว่าหยิบโทรศัพท์มาเล่น เพราะความสำคัญจริง ๆ คือการพัก Relax ให้สมองได้ประมวลผลและเชื่อมโยงข้อมูลที่เราป้อนเข้าไป
.
.
4️⃣. Checklist
อันนี้ก็คือรายการข้อ 2 ที่เขียนไว้

🔹ตอนเรียนป.โทฉันเคยบอกเพื่อนว่า ในแต่ละเรื่องฉันจะจำแค่ไม่กี่ประเด็น อย่างมากเลยก็แค่หลักหน่วย เต็มที่เลยก็คือสิบประเด็นต่อหนึ่งเนื้อหา ตอนทำข้อ 2 จึงจะพยายามสรุปรายการให้เหลือแค่เพียง 5-9ข้อ และหลังจากที่ได้อ่านไปแล้วก็อย่าลืมมาติ๊กใน Checklist ว่า 'เราหาคำตอบได้รึยัง?' ถ้ายังหาไม่ได้และไม่มีเวลาเหลือให้ทำต่อก็ย้ายข้อนั้นไปหาคำตอบในครั้งถัดไป เพื่อนที่ได้ลองนำไปใช้ก็กลับมาบอกว่า มันเวิร์คดี❗

👉การทำแบบนี้นอกจากช่วยให้เราไม่ลืมประเด็นคำถามที่ต้องรู้และใช้เป็น Short note ทบทวนได้แล้ว มันยังช่วยให้เราได้เห็นงานที่กองรออยู่ตรงหน้า ไม่ผัดวันประกันพรุ่งเป็น 'มนุษย์เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อย...' ได้อีกด้วย

ข้อที่ 4 นี้ มันเป็นขั้นตอนที่เบสิคแต่ช่วยฝึกวินัยไปในตัวได้ดีเลยล่ะ
.
.
5️⃣. นอน
การนอนเป็นสิ่งที่น้องหลายคนไม่ให้ความสำคัญมากพอ ๆ กับการกินแต่ในความเป็นจริงมันมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพในการเรียนและจดจำมาก มากๆๆๆๆ

🔹ในการทำงานของนักบินทั่วโลก จะยึดกฎชั่วโมงการทำงานสูงสุดและกฎชั่วโมงการพักต่ำที่สุดไว้อย่างเคร่งครัด เพราะธรรมชาติของคนเรานั้นจะสามารถโฟกัสหรือทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน และการพักก็มีส่วนสำคัญให้การกลับมาทำงานหรืออ่านหนังสือในวันต่อไปได้ประสิทธิภาพสูงสุดด้วย
.
.
.
ฉันคิดว่า
"การอ่านหนังสือที่ดีไม่ใช่การอ่านที่ใช้ความถึกเข้าสู้"

🔸การรบในสนามรบ สำคัญที่กลยุทธ
การสู้ด้วยความถึก ไปลุยเอาดาบหน้าอาจจะตายเปล่า
🔸การรบในสนามสอบ...ก็เช่นกัน

ฉะนั้น... ต่อให้เหลือเวลาน้อยก็ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องร้อนรนไฟลนก้นไปค่ะ ขอให้เชื่อนะคะว่า "ไม่ว่าจะเหลือเวลามากน้อยแค่ไหน ถ้าเราใช้มันให้มีประสิทธิภาพได้ เราไปถึงปลายทางได้เหมือนกัน

เสมือนการเดินทางไปไหนสักที่ด้วยเครื่องบิน ที่แม้จะออกเดินทางหลัง แต่ก็ยังสามารถไปถึงปลายทางไม่ช้าไปกว่าคนที่ออกเดินเท้า ปั่นจักรยาน หรือขับรถยนต์ไปก่อนหน้า"

ด้วยรัก
❤️

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม